วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2551

...วาทะแห่งท่านซิงหยุนต้าซือ....

Venerable Master Hsing Yun of Fo Guang Shan

วาทะแห่งท่านซิงหยุนต้าซือ

.....คำพูดที่ไม่ไว้หน้า...
ไว้เกียรติ ไว้ศักดิ์ศรี
ประดุจมีดที่ปลิดชีพได้
ทำลายซึ่งอนาคตที่สดใสรุ่งโรจน์
อีกทั้งชีวิตอันงดงามแห่งวัยรุ่น
ไปอย่างไม่เหลือเศษ.....
...อักษรคำพูดสามารถพัดเป็นลม
อันอบอุ่นแห่งฤดูใบไม้ผลิ
แต่ก็สามารถตกเป็นหิมะ
ที่ทวีคูณความหนาวเหน็บในเหมันต์
การเปิดโปงความลับคนอื่น
การปลุกระดมสร้างความแตกแยก
โดยการป้อนความคิดที่เป็นอริให้กับมวลชน
คำพูดคำหนึ่งสามารถสร้างชาติได้
คำพูดคำหนึ่งก็สามารถ
ทำให้ชื่อเสียงศักดิ์ศรีของคน
เสื่อมเสียและพังทลาย....
.....คนที่ไม่มีศีลธรรมในใจนั้น
ไม่ต่างไปจากซากศพที่เดินได้...
....คน....เสมือนเกาะที่จมอยู่ในทะเลขยะ...
...แห่งกิเลสและความโลภ.....
...อาตมาเคยกล่าวไว้ว่า...
.... “ถ้าหากปลายปากกาของสื่อมวลชนมีศีลธรรม...
ก็สามารถฉุดช่วยไต้หวันได้ในปัจจุบัน
...และถ้าหากปากของผู้คนมีศีลธรรม
ไม่กล่าวคำพูดที่ขัดต่อสามัญสำนึก
ก็สามารถฉุดช่วยตัวเองได้”.....
คำพูดคำวิจารณ์หรือบทความ
ที่ไม่ตรงกับความจริงขัดต่อศีลธรรม
ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ตกเป็นเหยื่อ
หรือเป้าหมายโจมตีเสียหาย เสียเปรียบ...
เสียศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำทำลาย
อีกทั้งยังก่อให้เกิดกระแส
แห่งความมืดมนขึ้นในสังคม
ที่จะทำให้ผู้คนท้อแท้และสูญเสียกำลังใจ
ที่จะเป็นคนดีต่อไปในสังคม
การแถลงข้อมูลที่บิดเบือนความจริง.....
ทำให้สังคมที่เดิมผู้คนห่างเหินกันอยู่แล้ว
ยิ่งทวีความแตกแยกยิ่งขึ้น
และทำให้โลกที่เต็มไปด้วยความยากเย็นใบนี้
...ยิ่งหนาวเหน็บขึ้นเป็นทวีคูณ....

Venerable Master Hsing Yun of Fo Guang Shan

วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2551

ตำนานต้นข้าว....เรื่องราวชีวิต


คุณธรรม..จาก..รวงข้าว

...ข้าว..จากหญ้าป่าสายพันธุ์หนึ่งที่ไร้คุณค่า...
ปัจจุบันกลายเป็นอาหารหลักของมวลมนุษยชาติ
ยามเมื่อต้นข้าวออกรวง...ล้วนนำมาซึ่งความปีติยินดี
...ให้แก่ชาวนาผู้ปลูกข้าวเป็นยิ่งนัก...
โบราณเคยเปรียบเปรยถึงคุณธรรมความดี
...ของบุคคลที่ยิ่งใหญ่ไว้ว่า...
"...ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว...
หากแม้ใครอยากเป็นที่ชื่นชมของเหล่าชนทั้งหลาย
ขอจงปฏิบัติตนให้เป็นดั่งเช่น “...รวงข้าว..."
รวงข้าวยิ่งแก่ยิ่งสุกงอมสมบูรณ์มากเท่าใด
ก็ยิ่งน้อมรวงลงต่ำ...เรี่ยรวงโน้มลงสู่พื้นดิน...
มิได้พุ่งปลายรวงขึ้นสู่ฟ้า...เพราะด้วยต้นข้าว...
เป็นพืชพันธุ์ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม...ต้นหญ้า...
อันต่ำต้อยกลางป่าเช่นเดียวกันกับพืชร่วมสายพันธุ์ต่างชนิด
ดังนั้น...ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้..
มิใช่เพียงผู้ดำรงไว้ซึ่งอำนาจหรือทรัพย์ศฤงคารเท่านั้น
หากแต่ยังต้อง...รู้ซึ้งถึงฐานะที่แท้จริงของตน...
ไม่ลืมตัว…เหมือนวัวลืมตีน…
ไม่ลืมฐานะดั้งเดิมที่ตนเคยอยู่...เคยเป็น..
ดั่งเช่น…คางคกขึ้นวอ….
จงปฏิบัติตนให้เป็นดั่งเช่น...รวงข้าว...
ท่านจึงสามารถ...ครองใจมวลชนทั้งหลายได้...
นั่นคือ...บุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง...




หลังเทศกาลออกพรรษา มีเทศน์มหาชาติแล้ว น้ำเจิ่งท้องทุ่ง ข้าวออกรวงอ่อน ลำต้นป่องกลาง เรียกว่า ข้าวกลัดหางปลาทู อุปมาเหมือนผู้หญิงตั้งท้องอ่อนๆ อยู่ในช่วงแพ้ท้อง ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงจะพายเรือไปรับขวัญข้าว หรือไปเยี่ยมแม่โพสพ เมื่อถึงกอข้าวที่ขึ้นงามที่สุดก็จะปักหลัก 1 หลัก นำชะลอมบรรจุหมาก พลูจีบ สีผึ้งป้ายใส่ใบตอง กระจก หวี แป้ง น้ำอบ กล้วย ส้ม อ้อยควั่น ให้แม่โพสพ โดยหวีใบข้าว พรมน้ำอบ พูดด้วยถ้อยคำไพเราะดังนี้

“…แม่โพสี แม่โพสพ แม่นพดารา ไปอยู่ที่ต้นไร่ปลายนา ขอเชิญแม่มารับอ้อยกับส้ม ผูกชะลอมไว้กับหลัก ใช้ด้ายสามสี แดง ขาว เหลืองผูกคอชะลอม ที่ยอดหลักปักเฉลวสานจากไม้ไผ่มีธงชายสามสีที่ได้มาจากงานมหาชาติผูกติดเป็นเครื่องป้องกันอันตรายที่จะมาทำลายต้นข้าว การเอาอกเอาใจข้าวเปรียบเหมือนการเอาใจผู้หญิงท้อง หาของแต่งตัว ของเปรี้ยวๆ มาให้...”

หลังจากฤดูออกพรรษา ชาวนาก็จะฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวข้าวและหลังจากการเกี่ยวข้าวเรียบร้อยแล้ว ชาวนามักจะมี…พิธีการทำขวัญข้าว…ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีในการระลึกถึงคุณของแม่โพสพด้วย โดยการนำข้าวไปกองที่ลานเพื่อนวดข้าวแล้วจะมีพิธีเชิญขวัญข้าวสู่ลาน เอาซังต้นข้าวผูกเป็นหุ่นแม่โพสพและทำพิธีเซ่นสังเวยเพื่อขอความอุดมสมบูรณ์จงมีต่อผลผลิตตลอดไป

พิธีกรรมการทำขวัญข้าวนี้ นับเป็นประเพณีไทยโบราณของคนในสังคมเกษตรกรรมที่แสดงออกถึงความอ่อนโยน ความเคารพ ความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณ ด้วยการไหว้แม่พระโพสพ นอกจากนี้ประเพณีการทำขวัญข้าวยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนไทยในเชิงจิตวิทยาสังคมได้ว่า …ตราบใดก็ตามที่มนุษย์ยังต้องพึ่งพาธรรมชาติ และรู้ว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ก็ควรอ่อนน้อมให้กับธรรมชาติและเอาใจใส่กับทุกสิ่งที่อยู่รอบข้าง เพราะทุกสิ่งในโลกย่อมต้องพึ่งพิงอาศัยซึ่งกันและกัน… อีกทั้งยังให้ข้อคิดสำหรับการดำรงตนให้อยู่อย่างมีความสุขในชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะทุกท่านล้วนอยู่ในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของสังคม ยังต้องมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันตลอดเวลา จึงควรรู้จัก การอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักการให้ ไม่ยิ่งทะนงยโสโอหังต่อผู้อื่น หรือหลงตนองว่าเหนือกว่าเก่งกว่าผู้อื่น เพราะความคิดเช่นนี้จักนำพาความพินาศล้มเหลวมาสู่ตนเอง…ดั่งเช่นคำของพระพุทธองค์ได้กล่าวถึงคุณแห่งการอ่อนน้อมถ่อมตนไว้ว่า…


“…เย วุฑฺฒมปจายนฺติ
นรา ธมฺมสฺส โกวิทา
ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ ปาสํสา
สมฺปราโย จ สุคฺคติ…”

…นรชนผู้ฉลาดรู้ธรรมเนียม
นอบน้อมถ่อมตนต่อผู้หลักผู้ใหญ่
ในกาลปัจจุบัน ย่อมควรต่อการสรรเสริญ
และกาลข้างหน้า ก็ไปได้ดี…

( ติตติรชาดก ขุ. ชา. ๒๗ / ๓๗ )

เขียนโดย...กาญจน์มุนี ศรีวิศาลภพ (ร้อยตะวัน)...
*****************************************************************************

วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2551

10 Questions for The Dalai Lama



“If you had one hour, What would you ask..? .10 Questions for The Dalai Lama…”
“ถ้าคุณมีเวลาเพียง 1 ชั่วโมง คุณจะถามอไร..? 10 คำถามสำหรับท่านดาไลลามะ”

เดิมผู้เขียนตั้งใจไว้นานแล้วว่าจะแปลข้อความนี้เพื่อนำมาให้ทุกท่านที่ผ่านมมาได้อ่าน...คิดทบทวนหลายครั้งก่อนที่จะนำมา Post ลงใน Diary เพราะว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ในประเทศไทยยังไม่เคยมีนักวิจารณ์ท่านใดนำมากล่าวถึง...อาจด้วยเหตุผลซับซ้อนทางการเมืองระหว่างประเทศหลายประการ แต่อย่างไรก็ตาม ข้อแนะนำดี ๆจากท่านดาไลลามะ ที่เราท่านสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้...ก็มีประโยชน์อย่างมาก ... ผู้เขียนได้แนบ Link ที่เกี่ยวกับภาพยนตร์และดนตรีประกอบมาด้วย ...(สำหรับผู้ที่สนใจใฝ่ศึกษา)

Instructions For Life from The Dalai Lama (2006)
ข้อแนะนำการดำรงชีวิตจาก ดาไลลามะ (2006)

1. Take into account that great love and great achievements involve great risk
จงระลึกไว้เสมอว่าการจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยง
อันมหาศาล เช่นกัน
2. When you lose, don’t lose the lesson.
เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมที่จะเก็บไว้เป็นบทเรียน
3. Follow the 3 R's:
จงปฏิบัติตาม 3R’s
- Respect for self,
เคารพตนเอง
- Respect for others,
เคารพผู้อื่น
- Responsibility for all your actions.
รับผิดชอบต่อการกระทำของตน
4. Remember that not getting what you want is sometimes a wonderful stroke of luck.
A blessing in disguise.
จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนในบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์
5. Learn the rules so you know how to break them properly.
จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
6. Don’t let a little dispute injure a great relationship.
จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อยมาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ
7. When you realize you’ve made a mistake, take immediate steps to correct it.
เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไขให้ถูกต้อง
8. Spend some time alone every day.
จงใช้เวลาอยู่กับตนเองในแต่ละวัน
9. Open arms to change, but don’t let go of your values.
จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าละทิ้งคุณค่าของตัวคุณเอง
10. Remember that silence is sometimes the best answer.
จงจำไว้ว่าบางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
11. Live a good, honorable life. Then when you get older and think back,
you’ll be able to enjoy it a second time.
จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เมื่อคุณมีอายุขึ้นและระลึกถึงสิ่งที่ได้ทำในอดีต
คุณก็จะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่เคยทำได้อีกครั้ง
12. A loving atmosphere in your home is the foundation for your life.
พื้นฐานสำคัญของชีวิตคือ บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัว
13. In disagreements with loved ones, deal only with the current situation.
Don’t bring up the past.
เมื่อเกิดความขุ่นข้องหมองใจกับคนที่คุณรักจงหยุดไว้เพียงแค่เรื่องปัจจุบันเท่านั้น...
และอย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต
14. Share your knowledge. It’s a way to achieve immortality.
จงแบ่งปันความรู้ที่มี...มันคือเส้นทางสู่ความเป็นอมตะชั่วกัลปวสาน
15. Be gentle with the earth.
จงสุภาพกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้
16. Once a year, go someplace you’ve never been before.
จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยไปอย่างน้อยก็ปีละครั้ง
17. Remember that the best relationship is one in which your love for each other
exceeds your need for each other.
จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดก็คือ...การมอบความรักให้แก่กันและกัน...
เหนือกว่าสิ่งอื่นใดที่คุณต้องการ...
18. Judge your success by what you had to give up in order to get it.
จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ
19. Approach love and cooking with reckless abandon.
Throw yourself into it without thinking of the repercussion.
จงเข้าใกล้ความรักด้วยการทำตัวเองให้รู้จักการปล่อยวางความคิดจากความหวาดระแวง

Kanmunee Srivisarnprob (Roytavan) : Translator
กาญจน์มุนี ศรีวิศาลภพ (ร้อยตะวัน) : ผู้แปล

สำหรับชมภาพยนตร์
http://www.10questionsforthedalailama.com/
http://www.azcentral.com/ent/movies/articles/0720lama0720.html
http://www.youtube.com/watch?v=uPZmlqRQOO0

สำหรับฟัง ดนตรีประกอบภาพยนตร์
http://www.woim.net/album.php?id=naKFsR&name=10-questions-dalai-lama